ReadyPlanet.com

> งานเสาเข็ม

งานเสาเข็ม

    เสาเข็มมีกี่อย่าง แล้วจะเลือกใช้อย่างไร 
    เสาเข็มโดยทั่วไปจะแยกออกได้เป็นสำคัญ 2 ประเภทคือ เสาเข็มตอก และ เสาเข็มเจาะ (ส่วนเสาเข็ม พิเศษอื่น ๆ เช่น Micro Pile นั้น หากไม่ใช่วิศวกรก็ไม่น่าจะไปสนใจ)… เสาเข็มตอก และเสาเข็มเจาะเอง ก็ยังแยกออกได้ เป็นอย่างละอีก 2 ประเภท ซึ่งโดยสรุปรวม วิธีการทำงาน และจุดดีจุดด้อย น่าจะสรุป พอเป็นสังเขป ได้ดังต่อไปนี้ :

    1. เสาเข็มตอกทั่วไป จะมีหน้าตาต่าง ๆ กัน บางทีก็เป็นสี่เหลี่ยม บางทีก็เป็นหกเหลี่ยม บางทีก็เป็นรูปตัวไอ ซึ่งทุกอย่าง จะมีหน้าตัดตันทั้งต้น เวลาตอก ก็ตอกลงไปง่าย ๆ อย่างที่เราเห็นกันโดยทั่วไป

    2. เสาเข็มกลมกลวง เป็นเสาเข็มที่สามารถรับแรงได้มากกว่าเสาเข็มแบบแรก เพราะสามารถ ทำให้โตกว่าได้ ผลิตโดย การปั่นหมุนคอนกรีต ให้เสาเข็มออกมา กลมและกลวง เวลาติดตั้ง ส่วนใหญ่ จะขุดเป็นหลุมก่อน แล้วกดเสาเข็มลงไป พอถึงระดับ ที่ต้องการ จึงจะเริ่มตอก ทำให้มีส่วนของเสาเข็ม ไปแทนที่ดินน้อยลง (ดินถูกขุดออกมาบางส่วนแล้ว) อาคารข้างเคียงเดือดร้อนน้อยลง จากการเคลื่อนตัวของดิน (แต่ความดัง ฝุ่นละออง และความสะเทือน ก็ยังคงอยู่)

    3. เสาเข็มเจาะแบบแห้ง เป็นระบบเสาเข็มเจาะขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะลึกไม่เกิน 20 เมตร (แล้วแต่ ระดับ ชั้นทราย) รับน้ำหนักต่อต้น ได้ไม่เกิน 120 ตัน วิธีการคือเจาะดินลงไป (แบบแห้ง ๆ ) แล้วก็หย่อนเหล็ก เทคอนกรีต ลงไปในหลุม… ราคาจะแพงกว่าระบบเข็มตอก แต่เกิดมลภาวะน้อยกว่ามาก ทั้งเรื่องการ เคลื่อนตัวของดิน ความสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง จึงเป็นที่นิยมใช้ ในที่ที่มีคนอยู่หนาแน่น

    4. เสาเข็มเจาะแบบเปียก ทำเหมือนเสาเข็มเจาะแห้ง แต่เวลาขุดดินจะขุดลึก ๆ แล้วใส่สารเคมีลงไป เคลือบผิวหลุมดิน ที่เจาะ ทำหน้าที่เป็นตัวยึดประสานดินและดันดินไม่ให้พังทลายลงเวลาเจาะลึก ๆ (ซึ่งสามารถเจาะได้ลึกถึงกว่า 70 เมตร) รับน้ำหนักได้มากและเกิดมลภาวะน้อย ราคาแพง ส่วนการเลือก ว่าจะใช้เข็มแบบไหนดีนั้น ต้องตั้งข้อสังเกตุ ปัญหาก่อน แล้วเปรียบเทียบ ความจำเป็น- ความเป็นไปได้ ของแต่ละระบบ ในแต่ละงาน โดยยึดถือ ข้อหลักประจำใจ ในการพิจารณาดังนี้ :

    ก.) ราคา
    ข.) บ้านข้างเคียง (มลภาวะ)
    ค.) ความเป็นไปได้ในการขนส่งเข้าหน่วยงาน
    ง.) เวลา (ทั้งเวลาทำงาน และเวลาที่ต้องรอคอย)

    ในการเลือกระบบเสาเข็มนี้ ต้องขอร้องให้วิศวกรออกแบบเสาเข็มและฐานรากหลาย ๆ แบบดู (อย่าเกิน 3 แบบ) ต้องวิเคราะห์รวม (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราคา และเวลา) ของเสาเข็ม และฐานราก จึงจะใช้ เป็น ข้อยุติได้ (หลีกเลี่ยง เสาเข็มราคาถูก ทำเร็ว แต่ทำให้ฐานรากราคาแพงและล่าช้า ทำให้ทั้งโครงการ ล่าช้าไปหมด)

    http://se-ed.net/winyou2/100_1000_1/015.htm

    จากหนังสือ ร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง เล่ม 1
    โดย อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ พ.ศ. 2534 

    ฤกษ์เสาเอกอาคารสมัยใหม่เขานับกันตรงไหน
    ในสมัยโบราณ ฤกษ์ลงเสาเอกก็คือ เวลาที่เรา นำเสาหลัก ของบ้าน หย่อนลงสู่หลุม ที่ขุดเตรียมเอาไว้ จัดเสาให้ ตั้งตรง และเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้ เอาดินกลบหลุมใช้เวลาทั้งสิ้นไม่เกินชั่วยาม แต่ปัจจุบันการสร้างอาคารสมัยใหม่ เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกิน

    อาคารปัจจุบันต้องมีการตอกเสาเข็ม ต้องมีการเทฐานราก-ทำตอม่อ แล้วจึงจะ ขึ้นเสา โผล่พ้นดินได้ คนหลายคนจึงงง ๆ ว่าแล้วตอนไหนละที่เขาเรียกว่า "ขึ้นเสาเอก" เพื่อจะเอาเวลาที่ดีที่สุด ที่หามาได้ทำพิธีตอนนั้น   จากการสรุปมากกว่า 20 ปีสามารถสรุปความของ "ฤกษ์" ขึ้นเสาเอกได้ดังนี้

    ยึดเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นแรก หรือ เวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า "ฤกษ์เข็มเอก")

    ยึดเวลาที่เทคอนกรีตฐานราก (จะทำฐานรากพร้อมตอม่อ) ต้นที่ถูกกำหนด ซึ่งน่าจะเรียกว่า "ตอม่อเอก" หรือ "เสาสั้นเอก"

    เวลาที่มีการเทคอนกรีตหล่อเสาอาคารจริง ๆ (ซึ่งอาจจะตั้งครึ่งค่อนปีหลังจากเริ่มทำการก่อสร้าง)

    จึงขอให้ท่านทั้งหลายเลือกโอกาสกันตามสบายๆ ตามฤกษ์สะดวกเถอะครับ

    http://se-ed.net/winyou2/100_1000_2/204.htm

    ร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง เล่ม 2
    โดย ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ พ.ศ. 2534 

 


สถานที่ตั้ง : กรุงเทพ เลขที่ 50/25 หมู่บ้านกฤษดานคร 28 หมู่ 7 ซอยรัตนธานี ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางแก้วอำเภอบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โทรศัพท์ : 02 739 9677 โทรสาร : 02 739 9176 มือถือ : 0898347473   ID LINE sutana108

Email : sutana1081009@gmail.com website :www.builder108.com  https://www.facebook.com/builder108



Visitors : 63502Ready Website Service